|
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF)
|
|||||||||||||||||||
|
ศิริรัตน์
|
|||||||||||||||||||
|
กองทุนรวม เพื่อการเลี้ยงชีพ ปัจจุบัน การออมเงินไว้ใช้ในยามเกษียณอายุ เพื่อเป็นหลักประกันแก่ตนเอง หรือครอบครัว มีอยู่หลายรูปแบบ เช่น การออมเงินเข้ากอง ทุนสำรองเลี้ยงชีพ สำหรับผู้ที่ทำงานกับบริษัทเอกชน ซึ่งนายจ้างจะจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นสวัสดิการให้ลูกจ้าง หรือสำหรับข้าราชการตามหน่วยงานของทางการ ก็จะมีกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) แต่การ ออมทั้ง 2 ลักษณะยังมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถเพิ่มเงินออมได้มากกว่าที่นายจ้างจ่าย หรือหน่วยงานต้นสังกัด จ่ายสมทบให้ได้ ขณะที่ยังมีพนักงานของบริษัทเอกชนอีกจำนวนหนึ่ง รวมถึงผู้ที่ทำงานอิสระโดยไม่มีนายจ้าง ก็ไม่ สามารถออมเงินเข้ากองทุนในลักษณะเดียวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุน กบข. ด้วย จึงเป็นที่มาของแนวความคิดในการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Fund : RMF) ขึ้น เพื่อให้ข้าราชการ และพนักงานเอกชนที่มีการจ่ายเงินออมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข. อยู่แล้ว สามารถจ่ายเงินออมเพิ่มขึ้นตามที่ต้องการได้ และช่วยให้ผู้ที่ไม่มีกองทุนสำหรับการออมเงิน สามารถออมเงินเข้ากองทุน RMF นี้ได้ กองทุน RMF เป็นกองทุนรวม ประเภทหนึ่งที่มีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวของบุคคล เพื่อเตรียมเงินและความพร้อมไว้สำหรับการเลี้ยงชีพของตนเองและครอบครัว ในยามเกษียณ อายุงาน เพราะเหตุชราภาพ หรือทุพพลภาพ หรือตาย ซึ่งมีลักษณะพิเศษแตกต่างจากกองทุนรวมทั่วไป คือ ผู้ลงทุนที่จ่ายเงินออมเข้ากองทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี จากการออมเงินเข้ากองทุนอย่างต่อเนื่อง โดยมีเงื่อนไข ว่าจะต้องไถ่ถอนเงินลงทุนได้ เมื่อผู้ลงทุนอายุไม่น้อยกว่า 55 ปี และมีการออมเงินเข้ากองทุนแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยกองทุน RMF จะสะสมเงินออมของผู้ออมเงินไว้ และนำเงินไปหาดอกผล ซึ่งจะไม่มีการจ่ายเงินปันผลหรือเงิน อื่นใดให้แก่ผู้ลงทุนในระหว่างการลงทุน เพื่อสะสมให้เงินกองทุนเป็นก้อนใหญ่ และจ่ายเงินผลประโยชน์ครั้งเดียวให้กับผู้ลงทุน เมื่อมาเบิกเงินยามเกษียณอายุ เงื่อนไขการลงทุน 2. ผู้ลงทุนต้องซื้อหน่วย ลงทุนของ RMF ไม่น้อยกว่า 3 % ของเงินได้ในแต่ละปี หรือไม่น้อยกว่าปีละ 5,000 บาทต่อปี (กรณีผู้ลงทุนซื้อหน่วยลงทุนใน RMF หลายกองทุนให้นับรวมการซื้อหน่วยลงทุนใน RMF ทุกกองทุน) 3. กรณีที่ผู้ลงทุน ปฏิบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการลงทุน ตามข้อ 1 หรือข้อ 2 หรือไถ่ถอนหน่วยลงทุนบางส่วนออกไปก่อนกำหนดในปีใดก็ตาม ก็ยังมีสิทธิในการลงทุนต่อเนื่องได้ หากยังมีการถือหน่วยลงทุนในกองทุน RMF เหลืออยู่ และได้ชำระ คืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับไปในระยะเวลา 5 ปีย้อนหลังแล้ว โดยสามารถลงทุนต่อเนื่องทันทีในปีที่ได้ชำระคืน สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้กับทางการ และผู้ลงทุนได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขการลงทุนแล้ว ซึ่งผู้ลงทุน สามารถนับระยะเวลาการถือหน่วยลงทุนใน RMF ใหม่นี้ต่อเนื่องกับระยะเวลาการลงทุนเดิมได้เลย 4. กรณีที่ผู้ลงทุนมีการลงทุนใน RMF มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี และผู้ลงทุนมีอายุไม่น้อยกว่า 55 ปี หรือกลายเป็นผู้ทุพพลภาพ ผู้ลงทุนสามารถถือหน่วยลงทุนต่อไปได้ โดยจะซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเติมหรือไม่ก็ได้ จะซื้อเป็นจำนวนเงินเท่าไรก็ได้ และหากเงินได้ที่นำมาซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเติม อยู่ในประเภทเงินได้ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ผู้ลงทุนก็จะได้ รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ของเงินลงทุนดังกล่าวด้วย 5. ผู้ลงทุนสามารถนำเงินลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพไปยกเว้นภาษีเงินได้ในปีภาษีที่ลงทุนได้ แต่เมื่อรวมกับเงินลงทุนใน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ถ้ามี) แล้ว ต้องไม่เกิน 300,000 บาทต่อปี 6. ผู้ลงทุนไม่สามารถนำหน่วยลงทุนของ RMF ไปจำหน่ายจ่ายโอน จำนำ หรือนำไปเป็นประกันได้
เงินลงทุนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เงินได้จากการจ้างแรงงาน เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส เบี้ยหวัด บำนาญ เงินได้จากการรับทำงานให้ เงินได้จากค่าลิขสิทธิ์ที่ไม่ได้รับ โอนมาทางมรดก เงินได้จากวิชาชีพอิสระ เช่น วิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลป์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม เป็นต้น เงินได้จากการรับเหมา เงินได้จากการธุรกิจ การพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง
นโยบายการลงทุน ผู้ลงทุนสามารถเลือกนโยบายการลงทุนของ RMF ซึ่งจะแบ่งเป็นหลายประเภทได้ตามความ เหมาะสมที่ผู้ลงทุนต้องการ โดยศึกษาจากหนังสือชี้ชวนเสนอขายหน่วยลงทุนของ RMF ที่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนแต่ละแห่งเสนอขายกองทุน ได้แก่ กองทุนรวมตราสารแห่งทุน กองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ กองทุนรวม ตราสารแห่งหนี้ระยะยาว กองทุนรวมตราสารแห่งหนี้ระยะสั้น กองทุนรวมตลาดเงิน กองทุนรวมผสม กองทุนรวมผสมแบบยืดหยุ่น กองทุนรวมหน่วยลงทุน กองทุนรวมใบสำคัญแสดงสิทธิ และกองทุนรวมที่ลงทุนในกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะ ซึ่งแต่ละประเภท ก็จะมีความเสี่ยง และให้ผลตอบแทนที่แตกต่างกัน กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ มีนโยบายการลงทุนหลากหลาย แต่ละนโยบายการลงทุน จะสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่าง อัตราผลตอบ แทนและระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนจะต้องเลือก การลงทุนที่มีอัตราผลตอบแทนสูง ก็ย่อมมีความเสี่ยงสูง การลงทุนที่มีอัตราผลตอบแทนต่ำ ก็ย่อมมีความเสี่ยงต่ำ แต่การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง อาจไม่ให้อัตรา ผลตอบแทนที่สูงเสมอไป
ผู้ลงทุนอาจเลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแตกต่างกัน ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับ วัยทำงาน การจัดสรรรายได้ และการยอมรับความเสี่ยง ในระดับต่างกัน โดยทั่วไปแล้ว นโยบายการ ลงทุน มีระดับของความเสี่ยง ดังนี้
สิทธิในการโอนย้ายเงินลงทุน ผู้ลงทุนสามารถโอนย้ายการลงทุนทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนจากกองทุน RMF หนึ่งไปยังอีกกองทุนหนึ่งได้ โดยอาจโอนย้ายการลงทุนไปยังกองทุนรวม เดียว หรือหลายกองทุนรวมก็ได้ ซึ่งหากมีการโอนย้ายภายใน 5 วันทำการนับตั้งแต่วันถัดจากวันที่กองทุนรวม RMF เดิมได้รับคำสั่งโอนย้ายจากผู้ลงทุน ผู้ลงทุนจะสามารถนับระยะเวลาการถือหน่วยลงทุนต่อเนื่องกันได้จากกอง ทุนเดิม เหตุผลของการโอนย้ายกองทุน อาจมาจาก: ลงทุนประสงค์ที่จะเปลี่ยนตัวบริษัทจัดการ เพราะไม่พอใจในผลประกอบการของ กองทุน หรือไม่พอใจในบริการของบริษัทจัดการเดิม ผู้ลงทุน ประสงค์จะเปลี่ยนนโยบายการลงทุน เช่น ยอมรับความเสี่ยงได้น้อยลง เมื่อวัยสูงขึ้นและเข้าใกล้การเกษียณอายุ
การโอนย้ายกองทุน ที่ไม่ผิดเงื่อนไขการลงทุน ต้องดำเนินการดังนี้: ผู้ลงทุนสามารถ โอนย้ายเงินลงทุน พร้อมทั้งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ทั้งจำนวนหรือเพียงบางส่วนก็ได้ ต้องเป็นการโอนย้ายโดยตรง ระหว่างกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพเท่านั้น ผู้ลงทุนไม่สามารถ ขายคืนหน่วยลงทุนของกองทุนเดิม และนำเงิน ไปลงทุนในกองทุนรวมใหม่ได้ด้วยตนเอง บริษัทจัดการจะต้องจัดการโอนย้ายเงินลงทุน พร้อมทั้งผลประโยชน์ของผู้ลงทุน จากกองทุนเดิมไปยังกองทุนใหม่ภายในห้าวันทำการ นับจากวันถัดจากวันที่ได้รับคำสั่งโอนย้ายจาก ผู้ลงทุน
กรณีไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขทางภาษี ในกรณีที่ผู้ลงทุนได้ซื้อหน่วยลงทุนใน RMF โดยได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของเงินลงทุนไปแล้ว ต่อมาผู้ลงทุนปฏิบัติไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการลง ทุน ผู้ลงทุนจะหมดสิทธิได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ของเงินลงทุนใน RMF และต้องชำระคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ได้รับไปในระยะเวลา 5 ปีย้อนหลัง หากผู้ลงทุนได้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มเติมเพื่อเสีย ภาษีเงินได้เพิ่มเติมของปีภาษีดังกล่าว ภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการลงทุน ผู้ลงทุนจะไม่ต้องชำระเงินเพิ่มอีก 1.5 % ต่อเดือนของภาษีส่วนที่จ่ายขาดไป ข้อดีของกองทุน RMF ผู้ลงทุนสามารถเลือกนโยบายการลงทุนเองได้ ผู้ลงทุนมีทางเลือกในการออมเพื่อเป็นหลักประกันแก่ตนเองหรือครอบครัวเมื่อพ้นวัยทำงาน โดยได้รับสิทธิ ประโยชน์ทางภาษี สิทธิประโยชน์ทางภาษีของผู้ลงทุนใน RMF เงินลงทุนใน RMF ได้รับยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามที่จ่ายเงินเข้ากองทุนจริง แต่ต้องไม่เกินร้อยละ 15 ของเงินได้ และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กบข.แล้วจะต้องไม่เกิน 300,000 บาท ในแต่ละปีภาษี เงินที่ไถ่ถอนจาก RMF เมื่อผู้ลงทุนอายุไม่น้อยกว่า 55 ปี จะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีทั้งจำนวน กรณี ไถ่ถอนเนื่องจากผู้ลงทุนทุพพลภาพ หรือตาย เงินที่ไถ่ถอนจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีทั้งจำนวน เริ่มได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับเงินได้ปี 2544 เป็นต้นไป
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เหมาะสมกับผู้ใด ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งแต่เดิมมา จะขาดโอกาสสะสมเงินลงทุนแบบ ปลอดภาษี เพราะไม่มีระบบบำเหน็จบำนาญรองรับ ลูกจ้างที่นายจ้างยังไม่ พร้อมที่จะจัดให้มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับลูกจ้าง ทำให้ไม่สามารถสะสมเงินลงทุนเพื่อวัยเกษียณได้ ทั้ง ๆ ที่มีโอกาส ลูกจ้างหรือข้าราชการที่อยู่ในระบบบำเหน็จบำนาญอยู่แล้ว และประสงค์ที่จะลงทุนมากกว่าเดิม เพื่อ ใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีให้เต็มตามวงเงิน ที่รัฐบาลให้การสนับสนุนและส่งเสริม
ผู้บริหารกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ คือ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม หรือ บลจ. ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบ ธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวม จะเป็นผู้บริหารกองทุน ภายใต้การกำกับดูแลจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
|