ระบบค่าตอบแทน กับ ค่าจ้างและเงินเดือน
อาจารย์เอก
ค่าตอบแทน (Compensation) เป็นคำที่เข้าใจง่ายและถูกนำมาใช้อย่างตรงไปตรงมา ได้แก่ การจ่ายให้กับการทำงานเมื่อนายจ้างจ้างลูกจ้าง ในระยะแรกเรื่องของค่าตอบแทนไม่มีปัญหาอะไรมากนัก หากลูกจ้างทำงาน ครบเวลาที่กำหนด หรือได้ผลงานตามที่ตกลง นายจ้างก็จ่ายค่าตอบแทนให้กับลูกจ้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไปแนวความคิดเกี่ยวกับค่าตอบแทน เริ่มจะยุ่งยากสลับซับซ้อนมากขึ้น คือองค์การขยายใหญ่ขึ้น รัฐบาลได้มาเกี่ยวข้องกับความ สัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ตลอดจนบทบาทของสหภาพแรงงานที่มีต่อการจ้างงาน ทำให้เรื่องของค่าตอบแทนมีความยุ่งยากกว่าอดีต
คนทั่วไปรู้จักคำว่า ค่าจ้าง (Wage) และ เงินเดือน< /b> (Salary) ดี ซึ่งหมายถึง เงินที่จ่ายให้กับลูกจ้างเป็นการตอบแทนการทำงาน แต่คำว่า "ค่าจ้างและเงินเดือน" เป็นคำที่มีความหมายแคบกว่า จึงใช้คำว่า ค่าตอบแทน (Compensation) แทนคำว่าค่าจ้างและเงิน เดือน ค่าตอบแทน หมายถึง เงินที่จ่ายให้สำหรับการทำงานและประโยชน์หรือบริการ ที่องค์การจัดให้แก่บุคลากร ค่าตอบแทนเป็นการจ่ายให้ทั้งในรูปแบบโดยตรงกับในรูปแบบโดยอ้อม รูปแบบโดยตรง คือ เงินเดือนและค่าจ้าง รูปแบบโดยอ้อม คือ ประโยชน์ใดที่ให้กับบุคลากร เช่น การประกันชีวิต, ประกันอุบัติเหตุ, ค่ารักษาพยาบาล, เงินบำเหน็จเมื่อออกจาก งาน, บริการความสะดวก, การพักผ่อน, และการประกันสังคม เป็นต้น
ค่าจ้าง เป็นเงินที่จ่ายให้ลูกจ้างโดยคิดตามผลงานที่ทำได้ หรือตาม จำนวนชั่วโมง หรือจำนวนวันที่ทำงาน เช่น การจ่ายรายสัปดาห์ หรือรายปักษ์ ลูกจ้างจะได้รับเงินค่าจ้างมากหรือน้อย ตามจำนวนงานที่ทำ ส่วน เงินเดือน เป็นเงินที่จ่ายให้เป็นรายเดือน หรืออาจจ่ายเป็นรายปีก็ได้ โดยไม่สัมพันธ์กับ ผลงาน หรือจำนวนชั่วโมงที่ทำงาน การจ่ายเงินเดือนจึงแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของสถานภาพของผู้ปฏิบัติงาน ผู้ได้รับค่าตอบแทนเป็นเดือนมักจะได้แก่ ผู้ทำงานสำนักงาน ฝ่ายบริหาร นักวิชาชีพ ผู้ที่ได้รับค่าตอบแทนเป็น เงินเดือน หากเกิดการเจ็บป่วยก็ไม่มีการหักเงินอันเนื่องมาจากการหยุดงานเพราะเหตุเจ็บป่วย แต่ถ้าผู้ทำงานโดยรับค่าจ้าง หยุดงานเพราะมีกิจธุระส่วนตัวจะไม่ได้รับค่าจ้างในวันที่หยุด แต่สิ่งที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ทั้งผู้ที่ได้รับ ค่าจ้างและเงินเดือนจะได้รับค่าทำงานล่วงเวลา (Overtime pay) หากเขาทำงานเกินกว่าเวลาปกติในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์