การออกแบบงาน (Job Design)
อาจารย์ เอก
ตำแหน่งงานทุกตำแหน่งที่จัดขึ้นภายในองค์กร ย่อมจะต้องมีเหตุผลและความ สำคัญ กล่าวคือ งานทุกชิ้นที่จัดขึ้น จะต้องมีการจัดแบ่งให้มีลักษณะและขนาดที่เหมาะสม เหมาะสำหรับแต่ละบุคคลที่จะมาปฏิบัติ ในแง่ของนักวิศวอุตสาหกรรม และผู้ชำนาญการด้านการออกแบบการผลิต จะพิจารณาออกแบบให้ เนื้อหาของงาน เหมาะสมและถูกต้องตามหลักวิศวกรรม และเหมาะสมที่จะดำเนินการผลิตเป็นกระบวนการ ขณะเดียวกัน ผู้รับผิดชอบด้านการบริหารงานบุคคล จะต้องมีความเข้าใจ และเตรียมพร้อมที่จะสรรหาและคัดเลือกคน ประเภทใดเข้ามาทำงานนั้น และพิจารณากำหนดค่าตอบแทนที่ถูกต้องและเหมาะสมให้กับการทำงานชิ้นนั้นๆ การออกแบบงาน นอกจากจะต้องคำนึงถึงเทคนิควิธีการผลิตแล้ว ยังจะต้องคำนึงถึงความพอใจของคนผู้ปฏิบัติงานด้วย
การพิจารณาการออกแบบงานนี้ เมื่อพิจารณารวมถึงการจัดกลุ่มและการจัดแผนงาน จนกระทั่งเป็นโครงสร้างองค์กรนั้น เรารวมเรียกว่า กระบวนการของการแบ่งงานกันทำตามความถนัด (The task specialization process) ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามหลักการแบ่งแยกแรงงานตามความถนัด (Division of labor) นั่นเอง
วิธีการออกแบบงาน
1. การจัด ให้งานเป็นสิ่งที่มีลักษณะง่าย (Work simplification) เป็นการแบ่งงานต่างๆ ให้เป็นงานย่อยหลายๆ ชิ้น ที่ใช้ความชำนาญเฉพาะ แต่เป็นงานง่ายๆ เช่น งานประกอบเครื่องยนต์ เมื่อปฏิบัติงานย่อยๆ ซ้ำๆ กันก็จะเกิด ความชำนาญอย่างรวดเร็ว ทั้งยังเป็นการสะดวกในการหาคนมาทำงานย่อยๆ เหล่านี้ด้วย
2. การหมุนเวียนงาน(Job rotation) พนักงานจะสับเปลี่ยนงานที่มีลักษณะง่ายๆ หรืองานที่มีลักษณะใกล้ เคียงกัน จากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่ง เป็นการลดความเบื่อหน่ายในการทำงานชิ้นหนึ่ง เพื่อไปทำงานอีกชิ้นหนึ่ง
3. การขยายขอบเขตงาน (Job enlargement) เป็นวิธีตรงกันข้ามกับ Work simplification กล่าวคือ ถ้างานๆ หนึ่งสามารถแบ่งเป็นวิธีการจัดการอย่างง่ายๆ ได้ 3 อย่างแล้ว ในแง่ของ Job enlargement จะให้คนทำงานทั้ง 3 อย่างนั้นพร้อมกัน เพื่อลดเป้าหมายในการทำงานอย่างเดียว และมีความ หมายยิ่งสำหรับคนทำงาน
4. การเพิ่มเนื้อหาของงาน(Job enrichment) เป็นการเพิ่มความรับผิดชอบให้กับพนักงาน ให้ความเป็นอิสระในการทำงานและให้ควบคุมตนเอง เป็นวิธีที่สามารถเพิ่ม ความหมาย และคุณค่าในตัวงานสำหรับพนักงาน เช่น ให้สามารถคิดงานเอง ปรับปรุงงานได้ และลดการควบคุมจากผู้บังคับบัญชา
วิธีการออกแบบงานทั้ง 4 วิธีดังกล่าว ในทางปฏิบัติมักใช้ผสมกันไป เช่น การ ต้องทำความสมดุลระหว่าง Job enrichment กับ Job enlargement หรือ Job rotation กับ Job simplification เป็นต้น