แหล่งของการสรรหาบุคลากร
อาจารย์เอก
แหล่งของการสรรหาบุคลากร ขององค์กรโดยทั่วไปแล้ว มักจะแบ่งออกเป็นสองแหล่งหลักๆ คือ จากภายในองค์กร (internal) และ จากภายนอกองค์กร (external)
การสรรหาจากแหล่งภายในองค์กร (Internal Organization)
ในกรณีที่มีตำแหน่งว่างลง อาจเกิดจากคนเก่าลาออก หรือคนเก่าได้รับการเลื่อน ตำแหน่งสูงขึ้น หรือจากสาเหตุใด ๆ ก็ตาม องค์กรอาจเปิดโอกาสให้มีการเลื่อนตำแหน่ง ให้กับบุคคลที่อยู่ภายในบริษัทก่อนเป็นอันดับแรก เพื่อบรรจุแทนในตำแหน่งที่ว่างนั้น ซึ่งอาจใช้วิธีการประเมินผลงานที่ผ่านมา หรือการ ประกาศรับสมัครเพื่อทำการทดสอบแข่งขัน เพราะนอกจากจะได้บุคคลที่มีความสามารถแล้ว ยังจะได้บุคคลที่มีความพร้อมอีกด้วย เนื่องจากในหลายๆ องค์กร ที่มีการเลื่อนตำแหน่งให้กับพนักงาน ที่ผู้บังคับบัญชามีความเห็นว่า เป็นบุคคลที่ทำงานดี และมีความรับผิดชอบดีนั้น ไม่ได้หมายความว่า เขาจะสามารถทำงานได้ดีขึ้น หรือรับผิดชอบงานในตำแหน่งใหม่ได้ดีขึ้น เพราะบางคนยังขาดความพร้อม และทักษะที่จำเป็นสำหรับงานที่มีความรับผิด ชอบมากขึ้น ดังนั้น กระบวนการสรรหาและคัดเลือก บุคลากรจากภายในองค์กรนั้น จึงต้องมีการพิจารณาที่ดี เพราะอาจส่งผลเสียหายให้กับตัวของบุคลากรเอง และต่องอค์กรด้วย
อย่างไรก็ดี การดำเนินนโยบาย เช่นนี้ ก็เป็นที่นิยมใช้กันค่อนข้างมาก เพราะเป็นการเสริมสร้าง ขวัญและกำลังใจให้กับคนในองค์กร ถือเป็นการตอบแทนความจงรักภักดี ให้กับบุคลากรขององค์กร ที่ทุ่มเททำงานให้กับองค์กรมาเป็นเวลานาน แต่ในเวลาเดียวกัน การสรรหาโดยการเลื่อนตำแหน่ง หรือการโยกย้ายบุคลากรภายในนั้น ก็มีผลเสียด้วยเช่นกัน กล่าวคือ หากองค์กรมีระบบที่รองรับในเรื่องนี้ไม่ดี หรือขาดความโปร่งใสและยุติธรรม ก็อาจเกิดผลเสียตามมาได้ โดยเฉพาะการยอมรับ ของบุคลากรแต่ละระดับ ซึ่งเป็นปัจจัยที่นำไปสู่ความขัดแย้งภายในองค์กรได้
|
||||||
จาก เหตุผลที่กล่าวมาแล้ว พอจะสรุปได้ว่า เป้าหมายการสรรหาบุคลากรจากภายในองค์กรนั้น ควรจะมุ่งที่ตำแหน่งระดับกลาง ๆ หรือตำแหน่งสูง หรืออีกนัยหนึ่ง เป็นการหาคน เพื่อทดแทนผู้ที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นไป ซึ่ง ตำแหน่งที่ว่างลงนั้น จะต้องใช้คนที่เคยผ่านงาน และมีประสบการณ์มาแล้วพอสมควร ซึ่งการสรรหาจากภายใน นอกจากจะได้บุคคลที่เหมาะสม เนื่องจากมีความเข้าใจในงานพอสมควรแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดขวัญและ กำลังใจแก่พนักงาน ในองค์การอีกด้วย
การสรรหาจากแหล่งภายนอกองค์กร (External Organization)
สำหรับการสรรหาบุคคลจากภายนอกองค์กรนั้น ปกติจะนิยมสรรหา บุคคล ที่จะบรรจุเข้าทำงานในตำแหน่งระดับล่าง หรือตำแหน่งใหม่พิเศษ ซึ่งไม่สามารถหาจากภายในองค์กรได้ แหล่งการจ้างงานภายนอกองค์กร ที่นิยมใช้กัน ได้แก่
1. สถานบริการจัดหางาน (Employment agencies) ในปัจจุบันนี้มีแหล่งจัดหางานทั้งของเอกชน และรัฐบาล ทางองค์การอาจแจ้งความจำนงไปยังสถานบริการจัดหางานดังกล่าว โดย บอกรายละเอียดถึงเงื่อนไข คุณสมบัติ และคุณวุฒิ ตลอดจนตำแหน่งและเงินเดือนที่องค์การเสนอให้ เมื่อสถานบริการจัดหางาน ได้บุคคลที่มีคุณสมบัติตามที่ต้องการแล้ว ก็แจ้งให้ทางองค์การทราบ เพื่อทำการคัดเลือกต่อไป แต่ เท่าที่ปรากฏในปัจจุบัน บุคคลที่ไปสมัครงานตามสถานบริการจัดหางานนั้น มักจะเป็นบุคคลจำพวกไม่มีความรู้และความชำนาญงาน (Unskilled labor) ดังนั้นองค์การที่มีความประสงค์จะจ้างบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ จึงไม่นิยมสรรหาจากแหล่งจัดหางานดังกล่าว
2. เว็บไซต์จัดหางานทางอินเตอร์เน็ต (Internet) จากความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีสารสนเทศในปัจจุบัน ได้มีการนำมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ในงานบุคลากร ปัจจุบันมีองค์กรมากมาย ได้มีการเปิดรับสมัครงานทางอินเตอร์เน็ต ผ่านเว็บไซต์ขององค์กร นอกจากนี้ยังมีเว็บไซต์ที่ทำธุรกิจ ใน เรื่องของการจัดหางานโดยเฉพาะ ซึ่งมีรูปแบบแตกต่างกันไป โดยองค์กรจะลงประกาศแจ้งความต้องการ โดยที่เว็บไซต์จัดหางานดังกล่าว จะเป็นสื่อกลาง ระหว่างองค์กรและผู้สมัครทั่วไป ซึ่งบางเว็บไซต์จะเก็บค่าใช้จ่ายจาก องค์กรในการลงประกาศรับสมัครงาน การสรรหาบุคลากรจากแหล่งประเภทนี้ ทำให้องค์กรมีความมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่า บุคลากรเหล่านั้น มีความสามารถในการใช้งานคอมพิวเตอร์ และอินเตอร์เน็ตพอสมควร ซึ่งอาจจะง่าย ต่อการพัฒนาบุคลากรในอนาคต
3. การลงโฆษณา (Advertising) เป็นวิธีที่นิยมใช้กันมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะเมื่อองค์กรต้อง การบุคลากร ในตำแหน่งที่ต้องการใช้ความรู้ความสามารถเฉพาะอย่าง ซึ่งอาจจะหาได้ยากจากแหล่งอื่นๆ โดยเฉพาะกลุ่มวิชาชีพ หรือพนักงาน ระดับชำนาญการ การลงโฆษณาจะเป็นสื่อที่มีขอบเขตกว้างขวาง เข้าถึงกลุ่มบุคคล เป้าหมายได้มากกว่า และจะมีผู้สนใจเข้ามาสมัครเพื่อรับการคัดเลือกมากมาย ปกติแล้วองค์กรจะนิยมลงโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น หนังสือพิมพ์รายวัน หรือวารสารที่เกี่ยวกับแหล่งงาน หรือวารสารสิ่งตีพิมพ์เฉพาะกลุ่ม เช่น วารสารเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เป็นต้น
4. สถาบันการศึกษา (University and colleges) องค์กรอาจส่งจดหมาย หรือใบ ประกาศ หรือติดต่อกับสถาบันการศึกษาโดยตรง ทั้งระดับอาชีวศึกษา วิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย ตลอดจนสถาบันวิชาชีพต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมักจะนิยมจัดกัน ในลักษณะงานนัดพบแรงงาน ซึ่งสถาบันการศึกษามักจะติดต่อไปยัง องค์กรต่าง ๆ เพื่อขอให้มารับสมัครงาน ในงานที่สถาบันจัดขึ้น โดยมักจะจัดในช่วงที่มีนักศึกษาจะสำเร็จการศึกษา นับว่าเป็นแหล่งแรงงานที่เหมาะสมในการสรรหาบุคลากร เพื่อเข้าทำงานในตำแหน่งขั้นต้น ที่ไม่จำเป็นต้องอาศัย ประสบการณ์มากนัก ซึ่งองค์กรจะสามารถฝึกฝน ให้เกิดความชำนาญได้ในภายหลัง การสรรหาจากสถาบันการศึกษานี้ สามารถทำได้สะดวก ประหยัด และได้ผู้สมัครที่หลากหลาย
5. ผู้ที่มาสมัครด้วยตนเอง (Casual applicants) ผู้ที่ยื่นสมัครด้วยตนเอง ทั้งจากที่มาสมัครที่องค์กร และการส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ ถือเป็นแหล่งที่มีประโยชน์มากในการ สรรหา เพราะเป็นเครื่องชี้ใช้เห็นถึง ความมีชื่อเสียง และความดึงดูดที่องค์การมีต่อผู้สมัคร องค์กรต้องมีการจัดการที่ดี เช่น การอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มาสมัครงาน หรือการส่งข่าวตอบรับจดหมายสมัครงาน ได้อย่างรวดเร็ว และชัดเจน เป็นต้น
6. ญาติมิตรของพนักงาน (Nepotism) เมื่อองค์กรแจ้งความจำนงให้พนักงานทราบว่า ทางองค์กรมี ตำแหน่งว่าง พนักงานก็จะไปชักชวนญาติมิตร ที่มีคุณสมบัติตรงความต้องการ ให้มาสมัครงาน วิธีนี้ นอกจากจะเป็นการประหยัดแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมกำลังใจของพนักงานด้วย แหล่งของการสรรหาประเภทนี้ ใช้ประโยชน์ได้ อย่างมาก สำหรับองค์กรที่มีการบริหาร แบบครอบครัว (family-owned firms) เพราะจะได้บุคคลที่มีความภักดีซื่อสัตย์ต่อองค์กร แต่อย่างไรก็ตาม องค์กรก็ควรมี กระบวนการคัดเลือก ที่เหมาะสม เพราะอาจจะทำให้ ได้คน ที่มีความรู้ ความสามารถ ไม่เหมาะสมกับองค์การเท่าใดนัก เนื่องจากเห็นแก่การเป็นญาติของพนักงานเพียงอย่างเดียว