การจัดวันลาพักร้อนให้กับพนักงาน
อาจารย์เอก
ถาม : ดิฉันได้แจ้งขอลาพักร้อนกับหัวหน้าคนงาน โดยให้เหตุผลว่า จะไปรับญาติที่สนามบิน เนื่องจากเพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ ดิฉันได้ แจ้งด้วยวาจา (ซึ่งในทางปฏิบัติแล้ว สำหรับพนักงานที่นี่ โดยทั่วไปก็มักจะแจ้งด้วยวาจาก่อน แล้วมาเขียนใบลาย้อนหลัง) หลังจากที่ดิฉันกลับมาทำงาน ดิฉันก็ได้ไปยื่นใบลาให้หัวหน้างาน โดยลงชื่อในช่องลาพักร้อน แต่หัวหน้า คนงานไม่อนุมัติให้ลาพักร้อน โดยให้เหตุผลว่า ลาด้วยเหตุผลไม่สมควร ให้เปลี่ยนเป็นลาป่วยหรือลากิจ (การใช้สิทธิ์ลาพักร้อนจะไม่ถูกตัดเงินและไม่ถูกตัดคะแนน แต่ถ้าใช้การลาป่วยจะถูกตัดคะแนน และถ้าลากิจจะถูกตัดทั้งเงิน และคะแนน) ดิฉันแย้งว่า ดิฉันมีสิทธิ์ที่จะลาพักร้อนได้ แต่หัวหน้าคนงานก็บอกว่าเขาก็มีสิทธิ์ที่จะไม่อนุมัติด้วยเช่นกัน ดังนั้น ดิฉันจึงอยากทราบว่า หัวหน้าคนงานทำถูกต้องหรือไม่ อย่างไร (แต่พนักงานบางคนที่สนิทกับหัวหน้า งาน สามารถลาได้เสมอไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร)
ตอบ : นับว่าเป็นคำถามที่มีประโยชน์มาก เพราะหลายๆ คนโดยเฉพาะคนที่เป็นหัวหน้าคนงาน มักมี ความเข้าใจยังไม่ค่อยตรงกันนัก ในเรื่องการลาพักร้อนของพนักงาน
มาตรา 30 (พรบ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541)
"ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันมาแล้วครบหนึ่งปี มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจำปีได้ปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหก วันทำงาน โดยให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้า หรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน
ในปีต่อมา นายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพักผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้างมากกว่าหกวันทำงานก็ ได้
นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันล่วงหน้าให้สะสมและเลื่อนวันหยุดพักผ่อนประจำปีที่ยังมิได้หยุดในปีนั้นรวมเข้ากับปีต่อๆ ไปได้
สำหรับลูกจ้างซึ่งทำงานยังไม่ครบหนึ่งปี นายจ้างอาจกำหนดวันหยุดพัก ผ่อนประจำปีให้แก่ลูกจ้าง โดยคำนวณให้ตามส่วนก็ได้"
สาระสำคัญอยู่ตรงที่ว่า "?ให้นายจ้างเป็นผู้กำหนดวันหยุดดังกล่าวให้แก่ลูกจ้างล่วงหน้า หรือกำหนดให้ตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน?" กล่าวคือ ถ้าลูกจ้างไม่ขอลาหยุด เป็นหน้าที่ของนายจ้างต้องจัดให้ลูกจ้างหยุด ซึ่งสถานประกอบการทั่วไป มีวิธีการดำเนินการในเรื่องที่เกี่ยวกับวันลาพักร้อนของ พนักงาน แตกต่างกันออกไป ซึ่งพอสรุปได้คร่าวๆ ดังนี้
1. กำหนดจำนวนวันเริ่มต้น และให้เพิ่มขึ้นปีละหนึ่งวันในทุกๆ ปีต่อไป และกำหนดเพดานเอาไว้ว่าจะเพิ่มให้จนถึงปีละกี่วัน เช่น กำหนดเพิ่มให้จนถึงปีละ 15 วัน จากนั้นก็จะได้รับปีละ 15 วันไปตลอด
2. กำหนดจำนวนวันพักร้อนในแต่ละปีไว้แน่นอน ซึ่งในแต่ละปีพนักงานจะได้จำนวนวันพักร้อนเท่ากันไปทุกปี เช่น ได้ปีละ 8 วัน เป็นต้น
และเมื่อครบปี แล้ว แต่ละองค์กรก็จะมีแนวทางการดำเนินการ เกี่ยวกับเรื่องวันลาพักร้อนในรอบปีที่ผ่านมาแตกต่างกัน กล่าวคือ
1. ให้สามารถสะสมวันลาพักร้อนยกไปรวมกับปีต่อไปได้ แต่ไม่เกินจำนวนวันสูงสุดที่กำหนดไว้
2. จัดให้พนักงานหยุดงาน ตามจำนวนวันลาพักร้อนที่เหลืออยู่ หรือที่เรียกกันว่า การบังคับให้หยุด
3. จ่ายเงินให้สำหรับจำนวนวันพักร้อนที่ยังเหลืออยู่ หรือที่เรียกกันว่า การรับซื้อคืน
4. รับซื้อคืนเฉพาะจำนวนวันที่สะสมเกินกว่าเพดานสูงสุดที่บริษัทกำหนดไว้
5. หากมีวันพักร้อนเหลืออยู่ในปีถัดมา ตัดทิ้ง แล้วเริ่มนับใหม่
ผู้ถามไม่ได้บอกรายละเอียดมาว่า ที่ องค์กรนั้นมีวิธีการดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับการลาพักร้อน แต่โดยรวมๆ แล้ว ถ้าคุณยังจำนวนวันลาพักร้อนเหลืออยู่ ก็เป็นสิทธิที่คุณจะขอลาได้ มิฉะนั้นแล้วผู้บังคับบัญชาของคุณก็ต้องกำหนดวันให้คุณได้หยุด
อย่างไร ก็ตาม แต่ละองค์กรอาจมีระเบียบเกี่ยวกับการลาพักร้อนเพิ่มเติม เช่น ต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน เพื่อหน่วยงานจะได้สามารถจัดงานให้เหมาะสมได้เมื่อมีใครต้องหยุดงานไป ดังนั้น ถ้าคุณไม่ยื่นล่วงหน้า เขาก็มีสิทธิที่จะไม่ อนุมัติให้คุณลาได้ แต่จากที่ผู้ถามบอกว่า ในทางปฏิบัติแล้วหน่วยงานของคุณไม่ค่อยซีเรียสในเรื่องพวกนี้ ก็เข้าใจว่าหัวหน้างานของคุณคงจะยังไม่เข้าใจแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง และถ้าองค์กรของคุณใช้วิธีการรับซื้อคืน ผมมั่นใจ ว่าผู้บริหารระดับสูง คงไม่ค่อยแฮปปี้สักเท่าไหร่หรอก ถ้าหากว่าพนักงานไม่ยอมลาหยุดพักร้อน และเขาต้องจ่ายเงินเพื่อซื้อคืนวันลาพักร้อนของพนักงานทุกคน เพราะอย่างน้อยๆ ในแต่ละปีทุกคนก็จะมีวันลาพักร้อนคนละ 6 วันเป็น อย่างน้อย พอสิ้นปี รวมๆ กันแล้วก็แทบฉีกกระเป๋าผู้บริหารได้เหมือนกัน