ระบบควบคุมวัสดุคงคลังสำหรับการผลิตตามสั่ง
กระบวนการผลิตในโรงงาน อุตสาหกรรม ชนิดผลิตเป็นชุด (Batch Type) หรือผลิตตามสั่ง (Job-order Type) มักจะมีบรรยากาศฉุกเฉินปกคลุมอยู่เสมอ ๆ วัสดุคงคลังอาจจะกองสุม อยู่ในคลังเก็บ และในระหว่างขั้นตอนของกระบวนการเต็มไปหมด ชิ้นส่วนบางชิ้นถูกเร่งผลิตอย่างปัจจุบันทันด่วน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป สามารถออกไปถึงมือลูกค้าได้ทันเวลา การวางแผน มักจะเป็นการ แพลน แล้ว นิ่ง คือ ไม่ได้ทำตามแผน ผู้จัดการฝ่ายผลิตจะต้องลงไปลุย เพื่อให้หน่วยผลิต ต่าง ๆ ทำตามที่ผู้จัดการเห็นว่าจำเป็น ปัญหามักจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในลักษณะของ งูกินหาง
การดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ นอกจากจะทำให้เกิดการสูญเปล่าทางด้านต้นทุนแล้ว ยังทำให้ขวัญและกำลังใจของ พนักงานตกต่ำ เนื่องจากบรรยากาศฉุกเฉิน ที่มีอยู่เรื่อย ๆ ในโรงงาน การแก้ไขปัญหาดังกล่าวในปัจจุบัน ได้มีวิธีการหนึ่ง ซึ่งอาศัยการวางแผนและควบคุม โดยใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เข้าช่วย เรียกกันว่า การวางแผนความต้องการ วัสดุ (Material Requirements Planning) หรือเรียกย่อๆ ว่า MRP. ซึ่งมีการประยุกต์ใช้กันมากในโรงงานอุตสาหกรรมชนิดผลิตเป็นชุด หรือผลิตตามสั่ง ตลอดจนอุตสาหกรรมบริการบางประเภท ก็มีการประยุกต์ใช้ MRP เช่นเดียวกัน
การใช้วิธี MRP มีข้อแตกต่างจากการใช้ EOQ (Economic Order Quantity) กล่าวคือ การใช้ EOQ นั้น วัสดุคงคลังจะเป็นแบบไม่ขึ้นกับความต้องการ (Independent-demand Inventories) หรือไม่ขึ้นกับการปฏิบัติการ การผลิต ตัวอย่างของวัสดุคงคลังประเภทนี้ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปหรือชิ้นส่วนในสถานประกอบการผลิต ที่เก็บรักษาไว้เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค ส่วน MRP จะใช้ จัดการกับวัสดุคงคลังแบบขึ้นกับความต้องการ (Dependent-demand Inventories) ซึ่งวัสดุคงคลังประเภทนี้จะเป็นชิ้นส่วนย่อย ๆ ที่ใช้ในการประกอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ภายในสถานประกอบการ ดังนั้น จึงขึ้นกับ ลักษณะทางปฏิบัติการ หรือแผนการผลิตหลัก ตัวอย่างของวัสดุคงคลัง ประเภทนี้ ได้แก่ วัตถุดิบ และวัสดุระหว่างการผลิตต่าง ๆ ซึ่งสามารถ ควบคุมได้ด้วยระบบ MRP หรือ JIT นั่นเอง
การวางแผนวัสดุคง คลังในระบบ MRP จะไม่คำนึงถึงข้อมูลความต้องการในอดีต แต่จะคำนึงถึงความต้องการในอนาคต ตามแผนลำดับการผลิตหลักเท่านั้น
นิยามของระบบ MRP ระบบ MRP สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
ประเภทที่ 1 ระบบการควบคุมวัสดุคงคลัง เป็นระบบการควบคุมวัสดุคงคลังซึ่งจะมีการออกใบสั่งผลิตและใบสั่งซื้อ ณ เวลาที่เหมาะสม เพื่อสนอง แผนการผลิตหลัก เพื่อควบคุม วัสดุคงคลังประเภทวัตถุดิบ และวัสดุระหว่างการผลิต ในระบบประเภทนี้ จะไม่รวมถึงการวางแผนกำลังการผลิต
ประเภทที่ 2 ระบบการควบคุมการผลิตและวัสดุคงคลัง เป็นระบบข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนและควบคุมวัสดุคงคลังและกำลังการผลิต ในระบบประเภทนี้ จะมีการตรวจสอบกำลังการ ผลิตว่ามีเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอจะมีการปรับกำลังการผลิตหรือแผนลำดับการผลิต ซึ่งในระบบ ประเภทนี้ จะมีวงจรข่าวสารป้อนกลับระหว่างใบสั่ง และแผนลำดับการผลิต เพื่อปรับให้ เหมาะสมกับกำลังการผลิต ดังนั้นระบบประเภทนี้ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าระบบวงจรปิด ซึ่งควบคุมทั้งวัสดุคงคลังและกำลังการผลิต
ประเภทที่ 3 ระบบการวางแผนทรัพยากรการผลิต ซึ่งได้แก่ วัสดุคงคลัง กำลังการผลิต เงิน บุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักร ซึ่งระบบ MRP จะเป็นตัวผลักดันระบบควบคุม ย่อยของทรัพยากรการผลิต ทั้งหมด
หน้าที่หลักของระบบ MRP สามารถแบ่งเป็น 3 ประการ คือ
ข้อแตกต่างระหว่าง MRP กับ EOQ สามารถ สรุปได้ดังนี้
|
คัดจากเอกสาร ประกอบการอบรม เรื่อง การจัดการอะไหล่ในงานซ่อมบำรุง
เขียนโดย รศ.ดร.ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์