การวางแผนความต้องการวัสดุ (Material Requirements Planning : MRP)

อาจารย์เอก
ysamroeng@hotmail.com

ระบบควบคุมวัสดุคงคลังสำหรับการผลิตตามสั่ง

              กระบวนการผลิตในโรงงาน อุตสาหกรรม ชนิดผลิตเป็นชุด (Batch Type) หรือผลิตตามสั่ง (Job-order Type) มักจะมีบรรยากาศฉุกเฉินปกคลุมอยู่เสมอ ๆ วัสดุคงคลังอาจจะกองสุม อยู่ในคลังเก็บ และในระหว่างขั้นตอนของกระบวนการเต็มไปหมด ชิ้นส่วนบางชิ้นถูกเร่งผลิตอย่างปัจจุบันทันด่วน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป สามารถออกไปถึงมือลูกค้าได้ทันเวลา การวางแผน มักจะเป็นการ แพลน แล้ว นิ่ง คือ ไม่ได้ทำตามแผน ผู้จัดการฝ่ายผลิตจะต้องลงไปลุย เพื่อให้หน่วยผลิต ต่าง ๆ ทำตามที่ผู้จัดการเห็นว่าจำเป็น ปัญหามักจะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าในลักษณะของ งูกินหาง

              การดำเนินการในลักษณะเช่นนี้ นอกจากจะทำให้เกิดการสูญเปล่าทางด้านต้นทุนแล้ว ยังทำให้ขวัญและกำลังใจของ พนักงานตกต่ำ เนื่องจากบรรยากาศฉุกเฉิน ที่มีอยู่เรื่อย ๆ ในโรงงาน การแก้ไขปัญหาดังกล่าวในปัจจุบัน ได้มีวิธีการหนึ่ง ซึ่งอาศัยการวางแผนและควบคุม โดยใช้อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เข้าช่วย เรียกกันว่า การวางแผนความต้องการ วัสดุ (Material Requirements Planning) หรือเรียกย่อๆ ว่า MRP. ซึ่งมีการประยุกต์ใช้กันมากในโรงงานอุตสาหกรรมชนิดผลิตเป็นชุด หรือผลิตตามสั่ง ตลอดจนอุตสาหกรรมบริการบางประเภท ก็มีการประยุกต์ใช้ MRP เช่นเดียวกัน

              การใช้วิธี MRP มีข้อแตกต่างจากการใช้ EOQ (Economic Order Quantity) กล่าวคือ การใช้ EOQ นั้น วัสดุคงคลังจะเป็นแบบไม่ขึ้นกับความต้องการ (Independent-demand Inventories) หรือไม่ขึ้นกับการปฏิบัติการ การผลิต ตัวอย่างของวัสดุคงคลังประเภทนี้ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปหรือชิ้นส่วนในสถานประกอบการผลิต ที่เก็บรักษาไว้เพื่อสนองความต้องการของผู้บริโภค ส่วน MRP จะใช้ จัดการกับวัสดุคงคลังแบบขึ้นกับความต้องการ (Dependent-demand Inventories) ซึ่งวัสดุคงคลังประเภทนี้จะเป็นชิ้นส่วนย่อย ๆ ที่ใช้ในการประกอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ภายในสถานประกอบการ ดังนั้น จึงขึ้นกับ ลักษณะทางปฏิบัติการ หรือแผนการผลิตหลัก ตัวอย่างของวัสดุคงคลัง ประเภทนี้ ได้แก่ วัตถุดิบ และวัสดุระหว่างการผลิตต่าง ๆ ซึ่งสามารถ ควบคุมได้ด้วยระบบ MRP หรือ JIT นั่นเอง

              การวางแผนวัสดุคง คลังในระบบ MRP จะไม่คำนึงถึงข้อมูลความต้องการในอดีต แต่จะคำนึงถึงความต้องการในอนาคต ตามแผนลำดับการผลิตหลักเท่านั้น

นิยามของระบบ MRP ระบบ MRP สามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

              ประเภทที่ 1 ระบบการควบคุมวัสดุคงคลัง เป็นระบบการควบคุมวัสดุคงคลังซึ่งจะมีการออกใบสั่งผลิตและใบสั่งซื้อ ณ เวลาที่เหมาะสม เพื่อสนอง แผนการผลิตหลัก เพื่อควบคุม วัสดุคงคลังประเภทวัตถุดิบ และวัสดุระหว่างการผลิต ในระบบประเภทนี้ จะไม่รวมถึงการวางแผนกำลังการผลิต

              ประเภทที่ 2 ระบบการควบคุมการผลิตและวัสดุคงคลัง เป็นระบบข้อมูลที่ใช้ในการวางแผนและควบคุมวัสดุคงคลังและกำลังการผลิต ในระบบประเภทนี้ จะมีการตรวจสอบกำลังการ ผลิตว่ามีเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอจะมีการปรับกำลังการผลิตหรือแผนลำดับการผลิต ซึ่งในระบบ ประเภทนี้ จะมีวงจรข่าวสารป้อนกลับระหว่างใบสั่ง และแผนลำดับการผลิต เพื่อปรับให้ เหมาะสมกับกำลังการผลิต ดังนั้นระบบประเภทนี้ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าระบบวงจรปิด ซึ่งควบคุมทั้งวัสดุคงคลังและกำลังการผลิต

              ประเภทที่ 3 ระบบการวางแผนทรัพยากรการผลิต ซึ่งได้แก่ วัสดุคงคลัง กำลังการผลิต เงิน บุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องจักร ซึ่งระบบ MRP จะเป็นตัวผลักดันระบบควบคุม ย่อยของทรัพยากรการผลิต ทั้งหมด

หน้าที่หลักของระบบ MRP สามารถแบ่งเป็น 3 ประการ คือ

  1. วัสดุคงคลัง
    • ส่งชิ้นส่วนที่ต้องการ
    • ส่งในปริมาณที่ ต้องการ
    • ส่งในเวลาที่ต้องการ
  2. การจัดลำดับความสำคัญ
    • ส่งโดยกำหนดวันที่ต้องการ
    • รักษากำหนดวันให้ถูกต้อง
  3. กำลังการผลิต
    • ภาระงานที่เต็ม ประสิทธิภาพ
    • ภาระงานที่ถูกต้อง
    • ช่วงเวลาการทำงานที่เพียงพอสำหรับภาระงานในอนาคต

ข้อแตกต่างระหว่าง MRP กับ EOQ สามารถ สรุปได้ดังนี้

 

ระบบ MRP

ระบบ EOQ

ความต้องการ

ไม่เป็นอิสระ

อิสระ

ปรัชญาในการสั่ง

ตามความต้องการ

สั่งเพื่อเติมส่วนที่ขาดไป

การพยากรณ์

อาศัยแผนการผลิตหลัก

อาศัยข้อมูลความต้องการในอดีต

แนวคิดการควบคุม

ควบคุมวัสดุทุกประเภท

ระบบ ABC

วัตถุประสงค์

สนองความต้องการในการผลิต

สนองความต้องการของลูกค้า

ขนาดของ LOT.

ไม่แน่นอน

ปริมาณสั่งซื้อที่ประหยัดที่สุด

รูปแบบความต้องการ

แปรผัน แต่พยากรณ์ได้

ไม่แน่นอน

ชนิดของวัสดุคงคลัง

วัสดุระหว่างการผลิตและวัตถุดิบ

วัสดุสำเร็จรูปและชิ้นส่วน

คัดจากเอกสาร ประกอบการอบรม เรื่อง การจัดการอะไหล่ในงานซ่อมบำรุง
เขียนโดย รศ.ดร.ปริทรรศน์ พันธุบรรยงก์