ผู้จัดการที่ดี ต้องมีความมั่นว่า ได้มีการจัดโครงสร้างการบริหารงาน หน้าที่การทำงานของผู้ใต้บังคับบัญชาระดับต่าง ๆ ตลอดจน ขอบข่ายความรับผิดชอบของเขาเหล่านั้นให้พร้อมแล้ว นอกจากนี้ ยังต้องมีการจัดแบ่งอำนาจให้ชัดเจนและเข้าใจกันทุกระดับ เพื่อจะได้ไม่ขัดแย้งกันในภายภาคหน้า
ในส่วนของโครงสร้างบริหารงานฝ่ายซ่อมบำรุงนั้น โดยปกติแล้วฝ่ายซ่อมบำรุงมักจะเป็นฝ่ายที่ ค่อนข้างเล็ก ดังนั้น แนวทางในการจัดโครงสร้างการบริหารงานฝ่ายซ่อมบำรุง มักแตกต่าง กันในแต่ละแห่ง แต่โดยหลักใหญ่ ๆ แล้วจะมีการจัดเป็นแบบใดแบบหนึ่งใน 3 แบบ คือ
1. จัดตามลักษณะงาน
โดยจัดแบ่งตามกลุ่มของช่างที่มีความสามารถต่าง ๆ กันออกไป เช่น ช่างไฟฟ้า ช่างกล ช่างก่อสร้าง ฯลฯ โดยกลุ่มช่างไฟฟ้าอาจขึ้นตรงกับหัวหน้าแผนก, ส่วนช่างกลทั้งหมดขึ้นตรง กับวิศวกรเครื่องกล เป็นต้น
2. จัดตามสถานที่
โดยจัดแบ่งตามสถานที่โรงงาน ในกรณีที่เป็นโรงงานขนาดใหญ่ มีการแบ่งอาคารโรงงานเป็นหลายโรงงาน หรืออาจแบ่งตามแผนกการผลิตต่าง ๆ โดย ให้มีช่างกล ช่างไฟฟ้า ช่างเชื่อม ฯลฯ อยู่ในแผนกเดียวกัน ช่างทั้งหมดเหล่านี้อาจขึ้นตรงกับหัวหน้าแผนกการผลิตนั้น ๆ หรืออาจขึ้นกับหัวหน้างานแล้วมาขึ้นกับผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุงก็ได้แล้วแต่จะจัด ลักษณะการจัดแบบนี้จะ เหมาะกับโรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งถ้าจัดแบบวิธีที่ 1 ความคล่องตัวจะมีน้อย ถ้าเครื่องจักรเสียหายหลาย ๆ จุดพร้อมกัน พนักงานซ่อมบำรุงก็อาจจะทำงานไม่ทัน อย่างไรก็ตามการจัดแบบวิธีที่ 2 นี้ ช่างที่อยู่ตามแต่ละแผนก อาจจะมี ความรู้ความชำนาญมากในเครื่องจักรต่าง ๆ ที่มีอยู่ในแผนกของตน แต่ความรู้วิชาการหรือการติดตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะมาดัดแปลงเครื่องจักร อาจ ต้องอาศัยกลุ่มวิศวกรส่วนกลางมาให้การสนับสนุน ในงานที่ต้องใช้ฝีมือและ ความถนัดเเฉพาะอย่างมาก ๆ หรืออาจรวมถึงการซ่อมใหญ่เครื่องจักรต่าง ๆ เป็นต้น การจัดการ แบบนี้มีข้อดีในด้านความคล่องตัวสูง เมื่อเครื่องมีปัญหา ช่างซ่อมบำรุงในส่วนงานนั้นๆ จะเข้าไปดำเนินการทันที แต่อาจมีข้อเสีย คือ ช่างซ่อมบำรุงแต่ละคน จะเรียนรู้เรื่องเครื่องจักรได้น้อย คือเรียนรู้เฉพาะในแผนกของตนเท่านั้น แต่ก็สามารถเรียนรู้ได้ละเอียดลึกซึ้งขึ้น หากมีปัญหาด้านเทคนิค ก็จะมีช่างผุ้ชำนาญการจากหน่วยกลาง มาช่วยสนับสนุน ทำให้ ประสิทธิภาพการ ทำงานสูงขึ้น มีความรับผิดชอบงานที่ชัดเจนขึ้น แต่ต้องเสียเวลาในการฝึก และใช้ช่างจำนวนมากกว่าวิธีที่ 1
3. จัดแบบผสม
ซึ่งเป็นการผสมผสาน ระหว่าง 2 วิธีที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพื่อให้ได้ใช้กำลังคนที่มีอยู่ให้ได้ประสิทธิภาพที่สูงที่สุด และบางแผนกที่ใหญ่ก็อาจจัดให้มีช่างเอง ส่วนแผนกเล็ก ก็อาศัย ช่างจากแผนกซ่อมบำรุงส่วนกลาง
โครงสร้างการบริหาร งานทุกแบบ ที่กล่าวมาแล้ว ควรจะต้องมีแผนกหนึ่งที่จัดขึ้นมารองรับ คือ แผนกควบคุมและสถิติ ซึ่งจะรายงานโดยตรงต่อผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง เพื่อเป็นการ ช่วยวางแผน ช่วยรวบรวมข้อมูลให้ และคอยรายงานสภาพความคืบ หน้าของงานในหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อประกอบกับการตัดสินใจของผู้จัดการฝ่ายซ่อมบำรุง ให้ทันต่อเหตุการณ์และ ได้ประสิทธิภาพของงานสูงสุด มีการวิเคราะห์ค่าใช้จ่ายด้านต่าง ๆ ที่ได้ทำการซ่อมบำรุง จัดหมายกำหนดการ ซ่อมบำรุง งานเอกสารต่าง ๆ ภายในฝ่ายซ่อมบำรุง ตลอดจนการควบคุมวัสดุ สนับสนุนให้การบริหารงานในฝ่ายซ่อมบำรุง ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ