กิจกรรม 5 ส. กับการเพิ่มผลผลิต (1)

อาจารย์เอก
ysamroeng@hotmail.com

5 ส. หรือ 5 S คืออะไร ?

          5 ส. หรือ 5 S. คือ หลักพื้นฐานสำคัญในการควบคุมสถานประกอบการ ซึ่งจะช่วยให้การนำระบบการเพิ่มประสิทธิภาพต่างๆ เข้ามาใช้ในสถาน ประกอบการ เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้ผลเต็มที่

          5 S. เป็นคำย่อที่มาจากภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเขียนแทนด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ (โรมันจิ) เมื่อคนไทยเรารับเอาระบบดังกล่าวเข้ามาใช้ จึงหาคำในภาษาไทย ที่มี ความหมายเหมือน กันมาแทน คำในภาษาญี่ปุ่นเหล่านั้น ซึ่งทุกคำดังกล่าวจะขึ้นต้นด้วยอักษร ส.เสือ ทั้งสิ้น จึงเรียกว่า 5 ส. ซึ่งแต่ละตัวจะมีความหมาย ดังนี้

1. สะสาง หรือ เซริ (SEIRI)

          หมายถึง การสำรวจดูสิ่งของที่อยู่รอบๆ ตัวในสถานที่ทำงาน แล้วจัดการสะสาง แยกแยะให้ชัดเจน เอาของที่ ไม่จำเป็นออกจากของที่จำเป็น โดยมีการกำหนดระยะเวลาเป็นหลัก เพื่อช่วยให้สามารถแยกได้ง่ายขึ้น สิ่งของที่ไม่จำเป็นต้องเอาออกจากสถานที่ทำงานให้หมด ไม่ให้เหลือแม้แต่ชิ้นเดียว แล้วดำเนินการตามระเบียบการจัดการซึ่ง ได้กำหนดไว้ต่างหาก ส่วนของ ที่เหลืออยู่จะต้องเป็นของที่จำเป็นทั้งสิ้น

          การแยกแยะของที่จำเป็นและของที่ไม่จำเป็น ฟังดูง่าย แต่ปฏิบัติค่อนข้างยาก เนื่องจากไม่แน่ใจว่าของสิ่งใดจะใช้หรือไม่ใช้ บางทีก็เสียดาย จึง ต้องอาศัยการกำหนดเวลาเป็นหลัก ถ้าเป็น สถานประกอบการผลิตหรือโรงงาน ก็มักจะใช้เวลาของแผนการผลิตเป็นหลัก เช่น 6 เดือนบ้าง, 3 เดือนบ้าง เป็นต้น

2. สะดวก หรือ เซตง (SEITON)

          หมายถึง การจัดให้เป็นระเบียบ ได้แก่ การจัดระเบียบของสิ่งของที่จำเป็นทั้งหลาย ให้มีตำแหน่งที่อยู่ที่แน่นอน สามารถนำออกมาใช้ได้ทันทีที่ต้องการ คำว่า ทันที หมายถึง ภายใน 30 วินาที การจัดแบ่งหมวดหมู่ และการจัดสถานที่นั้น จะต้องมีการวิเคราะห์วางแผนอย่างดี และพนักงานผู้อยู่ในสถานที่นั้น จะต้องรู้ว่าสิ่งของที่จำเป็น ต้องใช้นั้นอยู่ที่ใด

          โดยปกติการจัดสิ่งของ ในสถาน ประกอบการ มักใช้ชั้นวางของ เพื่อให้สามารถวางสิ่งของในที่เดียวกันได้เป็นจำนวนมาก โดยต้องมีป้ายชื่อติดแสดง ว่าเป็นที่วางสิ่งของใด ต้องมีทั้งป้าย บอกชั้นและป้ายบอกชื่อสิ่งของ สิ่งที่พึงระลึกเสมอในการทำเซตง คือ ?การหยิบของ ไม่สำคัญเท่ากับการวางของ การไม่ระบุสถานที่วางและสถานที่อยู่ที่เก็บของ ทำให้การเก็บคืนทำได้ยาก จะมีผลให้การหยิบใช้ครั้งต่อไป ทำได้ไม่สะดวก? ดังนั้นหลักพื้นฐานของความ สะดวก ก็คือ ?หยิบก็ง่าย หายก็รู้ ดูก็งามตา? วิธีที่นิยมใช้ได้แก่ การขีดสี ตีเส้น ติดป้ายกำกับ ติดรูปแสดง เป็นต้น

3. สะอาด หรือ เซโซ (SEISO)

          หมายถึง การทำความสะอาด ได้แก่ การทำความสะอาดสถานที่ทำงาน ห้องทำงาน พื้นห้อง เพดานห้อง โคมไฟฟ้า จะต้องปราศจากฝุ่นผงและเศษขยะ เครื่องจักรอุปกรณ์ทุกชิ้น ต้องได้รับ การทำความสะอาด ดูแลรักษา ให้ปราศจากคราบน้ำมัน ฝุ่นผง

          การทำความสะอาดเครื่องจักรอุปกรณ์ ถือเป็นการตรวจสอบเพื่อหาจุดบกพร่องไป ในตัว เพราะในระหว่างที่กำลังทำความสะอาด พนักงานจะมีโอกาสสัมผัสเครื่องจักรโดยตรงอย่างใกล้ชิด จะสามารถพบความผิดปกติที่ซ่อนเร้นอยู่ เช่น การหลุดหลวม การรั่วซึม ความร้อนที่ผิดปกติ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้เมื่อ ตรวจพบก่อน จะสามารถทำการแก้ไขป้องกันได้ทันเวลา ก่อนเกิดการ เสียหายใหญ่โต

          ในระบบการบำรุงรักษาทวีผล (TPM) นั้น การทำความสะอาด ถือว่าเป็นก้าวแรกของการบำรุงรักษา (Self Maintenance) ถ้า โรงงานจะส่งเสริมกิจกรรม การบำรุงรักษาให้ก้าวหน้า จะต้อง เริ่มต้นจากการทำความสะอาดก่อน ดังนั้น กิจกรรม 5 ส. จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของกิจกรรมคุณภาพอื่นๆ ดังที่กล่าวไว้แล้วในตอนต้น

4. สุขลักษณะ หรือ เซเคทซึ (SEIKETSU)

          หมายถึง การรักษาสภาพ ได้แก่ การตรวจดูแหล่งที่ทำ ความสะอาดได้ยาก ต้นเหตุของปัญหาด้านมลภาวะต่างๆ ทั่งฝุ่น ผง ควัน เสียง การรั่วซึม กลิ่นรบกวน เป็นต้น สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ จำเป็นจะต้องถูกค้นให้พบ และขจัดต้นเหตุเหล่านั้นให้หมดสิ้นไปจากสถานที่ทำงาน เพื่อให้สภาพ แวดล้อมในการทำงานมีความสดชื่น ถูกสุขลักษณะ และต้องรักษาสภาพที่ดีไว้ตลอดไป

5. สร้างนิสัย หรือ ชิทซึเกะ (SHITSUKE)

          หมายถึง การรักษาระเบียบวินัย ได้แก่ การที่พนักงานทุกคน ตั้งแต่ระดับลริหารจนถึงพนักงานระดับล่างสุด มีการประชุมร่วมกัน แล้วกำหนดกฏเกณฑ์ต่างๆ แล้ว ร่วมกันปฏิบัติตาม อย่าง เคร่งครัด จนติดเป็นนิสัย

          โดยทั่วไป กฏเกณฑ์ของบริษัทหรือโรงงานต่างๆ นั้นจะมีมากมาย แต่หลายคนไม่ค่อยปฏิบัติตาม เพราะกฏเกณฑ์หลายๆ ข้อ ฝ่ายบริหารจะคิดขึ้นมาเพียงฝ่ายเดียว พนักงาน ผู้ปฏิบัติ จึงไม่อยากทำตาม เพราะรู้สึกเหมือนถูกบังคับ และไม่เข้าใจถึงเหตุผลว่า ทำไมจะต้องปฏิบัติตามกฏเกณฑ์นั้น

          ดังนั้น เมื่อดำเนินกิจกรรม 5 ส. จึงควรมีการร่วมกันคิดออกกฏเกณฑ์ ในการรักษาความเรียบ ร้อย และวินัยในสถานที่ทำงาน เมื่อทุกคนช่วยกันคิดช่วยกันออกกฏเกณฑ์แล้ว ทุกคนก็จะ ช่วย กันรักษาสิ่งที่พวกตนร่วมกันสร้างขึ้น ซึ่งเป็นหลักจิตวิทยานั่นเอง