อิสรภาพกับวินัยในการพัฒนาตนเอง
อ.วิชัย ปิติเจริญ
ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาูธุรกิจ BCM ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา


              เมื่อคนเราต้องถูกบังคับให้ทำสิ่งใดที่เราไม่ชอบ เช่น ต้องฝืนใจทำงาน หรือต้องทนอยู่ในสภาพที่ดี ที่ใจเราไม่ยอมรับ เช่น ถูกเกณฑ์ทหาร ถูกกักขัง ถูกจำคุก หรือ ต้องทนรอคอย ใคร เรามักจะคิดถึง "อิสรภาพ" อย่างมาก และเราก็มักเรียกร้องความมีอิสระมากๆ เช่น อยากมีอิสระ ทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องมีใครมาคอยบังคับควบคุม อยากถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่ จะได้ ไม่ต้องไหทำงาน อยากมีอิสรภาพทางการเงิน จะซื้ออะไรก็ได้ ที่ใจต้องการ ไม่ต้องคอยประหยัดอดออม ถ้าหากทุกคนต้องการ "อิสรภาพ" ในลักษณะเช่นนี้ และก็ได้สิ่งนี้มา ท่านแน่ใจ ได้หรือว่า ชีวิตท่านจะมีความสุข และประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง

 

หลายท่านคงคิดในใจว่า ขอเพียงให้ได้ มันมาก่อนเถอะ อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ความคิดเช่นนี้ ก็เหมือนสมัยที่ผมสมัครไปเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 6 เดือน (ใช้วุฒิการศึกษา ปริญญาตรี) ต้องถูกกักอยู่ในบริเวณกรมทหาร ไม่มีอิสรภาพของตนเองในการทำกิจกรรมระหว่างวัย ต้องอยู่ในระเบียบวินัยทหาร เมื่อเราต้องทำในสิ่งที่เราไม่รัก ก็ทำให้รู้สึกฝืนใจ และต้อง การอิสรภาพอย่างมาก หรือในขณะที่เราต้องทำทำงานในหน้าที่การงาน หรือในองค์กรที่เราไม่ชอบ กับเพื่อนร่วมงานที่ไม่มีความรัก ความเข้า ใจต่อกัน ใจเราก็ต้องการอิสรภาพ อยากหา งานใหม่ หรืออยากไปทำธุรกิจส่วนตัว แต่มีอีกใจหนึ่งก็กลัวความไม่มั่นคง ความไม่แน่นอน และที่สำคัญที่สุด ที่น่ากลัวมากกว่า แต่เรานึกไม่ถึงก็คือ "ความมีอิสระมากเกินไป" จนขาดการ ควบคุมบังคับ และนำไปสู่ความล้มเหลวในชีวิต


อิสรภาพ กับวินัย

"การที่แต่ละคนมีอิสระมากในการเล่าเรียนนั้น ทำให้พลาดพลั้งเสียผลในการศึกษา และอื่นๆ ได้ง่ายที่สุด ยิ่งมีอิสระมากขึ้นเท่าใด ก็ต้องมีการข่มใจ บังคับใจมากขึ้นเท่านั้น หา ไม่แล้ว จะมาเป็นบัณฑิตอย่างนี้ไม่ได้ การข่มใจบังคับตนเอง ให้ขะมักเขม้นเรียนอยู่ ด้วยความหมั่นขยันนั้น ที่จริงก็คือการตั้งระเบียบ ข้อบังคับ หรือการกำหนดวินัยที่ดีให้แก่ตนนั่นเอง จึงเห็นได้ว่าอิสระภาพกับวินัยซึ่งดูเผินๆ เหมือนกับเป็นสิ่งตรงข้ามกันนั้น แท้จริงเป็นของคู่กัน ทั้งจำเป็นจะต้องใช้ควบคู่กันเพื่อให้ควบคุมกันอยู่เสมอ มิฉะนั้นจะหวังผลที่ดีอันพึง ประสงค์ ไม่ได้ อย่างท่านทั้งหลายซึ่งมีความรู้ความคิด สติปัญญา สามารถที่จะสร้างประโยชน์ต่างๆ ได้พร้อมมูลอยู่นี้ ถ้าขาดวินัย ก็อาจปล่อยตัว ปล่อยใจให้เป็นไปตามความสะดวกสบาย ทำให้สูญเสีย ประโยชน์ที่พึงจะได้ไปเปล่าๆ เท่ากับได้เบียดเบียนทำลายตนเอง และทำลายผู้อื่นให้เสียหายด้วยอย่างน่าตำหนิที่สุด เพราะฉะนั้น จึงจำเป็นที่ทุกคนจะต้องใช้วินัยบังคับ คือบังคับให้ทำความดีความเจริญให้แก่ตน และเผื่อแผ่ความดีความเจริญนั้นแก่ผู้อื่นพร้อม กันไปด้วย ยิ่งฉลาดสามารถเพียงใด ก็ต้องปฏิบัติให้เคร่งครัดยิ่งขึ้นเพียงนั้น"

พระบรมราโชวาท
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช

ทำไมอิสรภาพจึงกลายเป็นสิ่งน่ากลัว และนำไปสู่ ความล้มเหลวได้ ลองมาดูตัวอย่างชีวิตจริงของเพื่อนผมบางคน ที่เรียนในมหาวิทยาลัยเปิด ซึ่งได้ให้อิสระ แก่นักศึกษาที่จะ มาเรียนหรือไม่มาก็ได้ เพราะไม่มีการควบคุมบังคับ ทำให้นักศึกษาแต่ละคนมีผลการศึกษาออกมาแตกต่าง กันอย่างสิ้นเชิง บางคนเรียนจบภายใน 3 ปี บางคนเรียนได้เกียรตินิยม ในขณะที่บางคนเรียน 8 ปี แล้วยังไม่จบ ต้องลงเรียน 8 ปีอีกรอบ จนมีครอบครัว มีลูกแล้ว ยังลงทะเบียนเรียนซ้ำซ้อนอยู่ เสียทั้งเวลา เสียทั้งค่าใช้จ่าย และบาง คนก็เสียคนไปเลยก็มี 
 
เราจะเห็นได้ว่า อิสรภาพที่พวกเราเรียกร้องต้องการกันอย่างมากมาย ต้องมีและใช้กันอย่างระมัดระวัง มิฉะนั้นจะทำให้พลาดพลั้งเสียหายแก่ชีวิตของเราได้ ผมไม่ต่อต้าน ความ มีอิสรภาพของแต่ ละบุคคล ผมเห็นด้วยและยินดีสนับสนุนให้ทุกท่านมีอิสรภาพ แม้ตัวผมเองก็ต้องการสิ่งเหล่านี้ เพราะมันช่วยให้เรามีความสะดวกสบาย มีความคิดสร้างสรรค์และ มีความ สุข แต่ต้องอย่าลืมว่า "ยิ่งมีอิสระมากขึ้นเท่าใด ก็ยิ่งต้องมี วินัยมากขึ้นเท่านั้น" อิสรภาพที่ว่านั้นจึงจะกลายเป็น "อิสรภาพที่แท้จริง" และยั่งยืน ไม่ใช่อิสรภาพชั่วคราว ชั่ววูบแล้วหายไป กลายเป็นความล้มเหลวอย่างถาวรมาเยือนแทน 
 
อิสรภาพจึงต้องใช้คู่กับวินัยเสมอ ซึ่งถ้าดู อย่างผิวเผินแล้ว อาจจะเห็นว่ามันน่าจะเป็นสิ่งตรงข้ามกันได้ เพราะคนทั่วไปมักจะเรียกร้อง และแสวงหาแต่อิสรภาพมากกว่าวินัย เพราะ มีความรู้สึกว่าตนเองนั้นถูกควบคุม ไม่มีอิสระ จึงอยากถูกปลดปล่อยมากกว่าถูกการบังคับ แต่ ถ้าหากท่านมีอิสรภาพ แล้วไม่มีการบังคับข่มใจตนเองด้วยวินัยแล้ว ท่านก็จะปล่อยตัว ปล่อย ใจ ให้เป็นไปตามความสะดวกสบาย จนก่อให้เกิดความเสียหาย และทำลายประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นได้ในที่สุด
 
ดังนั้นผู้ ที่ต้องการ จะพัฒนาเพื่อเปลี่ยนแปลงตนเอง จึงจำเป็นต้องมีวินัยอย่างสูง ในการบังคับข่มใจตนเองย่อยๆ จนเกิดความชำนาญและความเคยชิน ในการทำสิ่งที่ดีทดแทน เพราะมิฉะนั้นแล้ว สิ่งที่ชั่วก็จะเข้ามาครอบครองจิตใจของท่านทันที และจะสะสมเพิ่มขึ้นเป็นดินพอกหางหมูอย่างรวดเร็ว กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว เพราะสภาพธรรมชาติ ของจิตใจ คนเรานั้นจะต้องรับรู้อารมณ์อยู่เสมอ แล้วแนวโน้มของกระแสการรับรู้ก็ไหลลงสู่ที่ต่ำอยู่ตลอดเวลา เหมือน กระแสน้ำไหลจากบนลงล่างเสมอ แรงดึงดูดดังกล่าว ยากนักที่คนธรรมดาทั่วไป ที่ไม่มีวินัยจะต้านทานได้ ท่านคงจะเห็นคนที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามกระแสที่ประสบความล้มเหลว เหมือนปลาตายที่ถูกกระแสน้ำพัดพาไป แต่ปลา เป็นที่มีชีวิตชีวาเท่านั้น ที่จะสามารถ ว่ายทวนกระแสน้ำ ทนแรงเสียดทานในชีวิตได้สูงกว่าผู้อื่น และประสบความสำเร็จในงาน และชีวิตของตนเอง


งานกับกระแสการเปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาตนเอง

ทุกวันนี้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นไม่เป็นไปตามที่เราต้องการให้มันเป็น เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในงาน และงานเรียกร้องความ เปลี่ยนแปลง จากเรา เราเลือกที่จะเพิกเฉย หรือเลือกที่จะปรับปรุงแก้ไขตัวเราให้เข้ากับความต้องการซึ่งเกิดขึ้นจากงาน 
 
ถ้าท่านเลือกที่จะเพิกเฉย "หมกปัญหาไว้" ท่านจะไม่มีความสุขในการทำงานเลย หรือ ท่านอาจจะคิดว่า เราคง ไม่สามารถปรับปรุงตนเองได้ หรือเชื่อว่าเราปรับปรุง ตนเองมาก พอ แล้ว ความคิดเช่นนี้ จะทำให้ท่านไม่สามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้ เป็นการปฏิเสธการพัฒนาตนเอง
 
แต่ถ้าท่านเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง ท่านจะมีชีวิตที่สอดคล้องกับ "กระแสแห่งการเปลี่ยนแปลง" จริงอยู่การเปลี่ยนแปลงตนเองต้องทุ่มเท และลงมือลงแรงอย่างมาก แต่การ ต่อต้าน กระแสการเปลี่ยนแปลง จะต้องใช้พลังงานมากกว่าหลายเท่า ซึ่งการขัดขวางการ เปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะทำให้ท่านเหนื่อยอ่อน และไม่มีความสุขในการทำงาน และในการใช้ชีวิต ของท่านเองแล้วเราจะเปลี่ยนแปลงตนเองได้อย่างไร เราสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้จากการ "ตกลงใจที่จะขยายความสามารถ ต่าง ๆ ของเราออกไป" โดยพร้อม ที่จะเปิดใจเรียนรู้จาก สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะใช้พลังงานของเราทั้งหมด จัดการกับปัญหาต่าง ๆ ในงานที่เกิดขึ้นจากกระแสการเปลี่ยนแปลงนั้น เมื่อท่านทำงานด้วยหัวใจในลักษณะที่ทุ่มเทเต็ม ศักยภาพเช่นนี้ ท่าน จะพบว่าตัวท่านเองไม่มีข้อจำกัดเลย ท่านจะสามารถขยายความสามารถออกไปทำงานอื่น ๆ ได้อย่างมากมาย 

           ไม่มีคำว่า "สายไป" สำหรับการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ดังนั้นเมื่อท่านรู้สึกท้อถอย หรือต้องการ เลิกล้มความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อพัฒนาตนเอง อย่าหยุดอยู่ตรงนั้น จงให้กำลังใจ แก่ตนเอง อย่าปล่อยให้ตนเองจมอยู่กับแนวคิดเดิม ๆ จงท้าทายแนวคิดเดิมนั้นและขจัดมันทิ้งเสีย เมื่อนั้นท่านก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงตนเอง ได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อท่านเริ่มเปลี่ยนแปลง ท่านจะพัฒนาเติบโต และมองเห็นอนาคต เพราะเราทำเหตุปัจจัยในปัจจุบันไว้อย่างดี และเหมาะสมสอดคล้องกับกระแสการเปลี่ยนแปลง และสิ่งที่งานเรียกร้องจากเรา  ท่านจะเป็นตัวอย่างที่ดีงาม แก่บุคคลอื่น และเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีงามเช่นเดียวกันด้วย


ข้อคิดเรื่อง กระแสการเปลี่ยนแปลง
  กระแสการ เปลี่ยนแปลง เพื่อพัฒนาและขยายความสามารถของท่าน

1. การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นไม่มีที่สิ้นสุด

  • "ไม่มีสิ่งใดอยู่ในลักษณะเดิมได้เลย "
  • ยากที่คนเราจะเปลี่ยนแปลงตนเอง เพราะ มันง่ายกว่าที่เราจะ " หมกมุ่น"อยู่กับความไม่เป็นสุขนั้น แทนที่จะปรับปรุงแก้ไขมัน เราเลือกที่จะไม่ สนใจโอกาสสำหรับ "การพัฒนาตนเอง" และการกระทำอันถูกต้อง

2. เรายึดว่า "ปฏิเสธความรับผิดชอบในการพัฒนาตนเองให้งอกงาม"

3. เราไม่ ปรารถนาที่จะลงแรงหรือทุ่มเทให้แก่การเปลี่ยนแปลง แต่การต่อต้านจะต้องใช้พลังงานมากมายกว่า

4. การเปลี่ยนแปลงเป็น ธรรมชาติ และมีคุณประโยชน์ มิได้เป็นสิ่งน่ากลัว หรือ ควรหลีกเลี่ยง เมื่อเรายินยอมให้ตัวเองเปลี่ยนแปลง เราจะผ่านเวลาอันยุ่งยากหนักใจไปสู่ เวลาแห่ง ความสุข

5. การเปลี่ยนแปลงในทางสร้างสรรค์แก่ชีวิต จะเป็นเรื่องที่ง่ายดาย เพราะมันจะ เกิดขึ้นทันทีที่ท่าน "ตกลงใจ " จะขยายความสามารถต่าง ๆ ของท่าน

6. ครั้งต่อไป หากท่านยังคิดอยู่ในการกระทำแบบเดิม อันจำกัดคับแคบ ขอให้ท่านทิ้งแนวความคิดอันคับแคบ และความคาดหวัง อันตายตัวนั้น เปิดตัวของท่านเอง กับทุกอย่าง ซึ่งเราสามารถจะ "เรียนรู้ " ได้จากการมี วิถีชีวิตใหม่ ! ท่านจะพบว่าท่านไม่มีข้อจำกัดใด ๆ เลย ในการใช้พลังงานอย่างสร้าง สรรค์อย่างสมบูรณ์ เต็มอิ่มกับประสบการณ์ที่ได้พบ

7. เรียนรู้วิธีเปลี่ยนแปลงตนเอง ดัวยความสงบมั่นคง เยือกเย็น สังเกตเห็น แนวคิดดั้งเดิม ซึ่งก่อให้เกิดความยุ่งยาก ให้มันสอนเราให้เรียนรู้ที่จะเปลี่ยนแปลง เมื่อเผชิญ เหตุการณ์ยุ่งยาก"หยุดเพื่อคิดชั่วครู่"ก่อนแสดงการกระทำใดๆออกไปขอให้สังเกตว่าการกระทำของท่านเป็นสาเหตุของความยุ่งยากนั้นหรือเปล่า เปลี่ยนแปลงการตอบสนอง ใหม่ เช่นการใช้อารมณ์อันรุนแรง ขอให้ท่าน ถอนตัวเองออกมา เลือกการตอบสนองที่เป็นประโยชน์ "นิสัยดั้งเดิมของเรานั้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้"

8. เมื่อเราเปลี่ยนแนว "นิสัย " และ "แนว คิดของเรา " เราจะพบว่า "ปัญหา " ที่เราเผชิญหน้า สามารถเป็นตัวนำให้ เราเกิดความงอกงามได้

9. เมื่อเกิดความรู้สึกท้อถอยอย่างรุนแรง, เลิกความตั้งใจ, รู้สึกว่ามันสายไปแล้ว อย่าหยุดอยู่ตรงนั้น

  • เราไม่สามารถจะปรับตนเองให้เข้ากับความต้องการของงานและชีวิตได้
  • ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงตนเองมากเพียงพอแล้ว (เมื่อถูกวิจารณ์ว่าว่างเปล่า เราจะปกป้องตนเอง)
  • ชีวิตเราจะเหนื่อยอ่อน-ไม่เป็นสุข
  • เราสามารถเลือกใช้ประโยชน์ จากการเปลี่ยนแปลงในชีวิต และเรียนรู้กระแส แห่งการเปลี่ยนแปลงได้
  • เราสามารถสร้าง "คุณภาพ " ที่เป็นประโยชน์ให้มากขึ้นกว่าเดิมได้ด้วย
  • โอกาสสำหรับการเปลี่ยนแปลงมีอยู่ เสมอ โอกาสสำหรับความงอกงาม และการพัฒนาตน ก็ มีอยู่เสมอ ซึ่งเกิดจาก "การเลือก " ของเราเองทั้งสิ้น !สิ่งที่ท่านจะต้อง กระทำ ก็คือ "การตัดสินใจ" ของท่านเอง เท่านั้น !
  • แต่เรามักจะ "หนีปัญหา " มากกว่า เผชิญหน้ากับมันโดยตรง
  • ปัญหา แม้ว่ามันจะรบกวนเรา แต่มันก็มีประโยชน์ เมื่อเราเผชิญกับมันอย่างตรงไปตรงมา สู้ปัญหา สู้สิ่งยาก เราจะค้นพบวิถีทางใหม่ในการมีชีวิต ความเข้มแข็ง และความเชื่อมั่นจะเกิดขึ้น เมื่อเราเผชิญกับความยุ่งยากในอนาคต
  • ชีวิต จะกลายเป็นสิ่งซึ่งมีความหมาย นำไปสู่ ความรู้อันยิ่งใหญ่
  • "ยิ่งเราเรียนรู้มากขึ้นเท่าไร เราจะงอกงามมากขึ้นเท่านั้น"
  • ยิ่งเราพบกับสิ่งซึ่งท้าทายเรามากเท่าไรเราก็จะเข้มแข็ง และตระหนัก สำนึกในตัวเองมากขึ้น
  • เมื่อเรามีชีวิต อย่างสอดคล้องกับกระแส การเปลี่ยนแปลง เราก็จะสร้างสิ่งซึ่งมีค่ามาก คือ "การมีชีวิตที่แท้ "
  • ให้กำลังใจตนเอง
  • สร้างแรงจูงใจ ท้าทาย และขจัดความคิดเดิม
  • ขยายความสามารถ ใช้พลังลบให้กลายเป็นพลังบวก เพื่อเปลี่ยนแปลงพัฒนาตนเอง
  • การมีความเชื่อมั่นที่จะพัฒนาตนเองให้ดีงาม "ด้วยตนเอง " จะเป็นตัวอย่างที่ดีงามกับผู้อื่น ซึ่งอยู่รอบ ๆ ตังเราด้วยจะเป็น "แรงบันดาลใจ " ให้ผู้อื่นเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีงามเช่นกัน