การกำเนิดของเทคโนโลยี Internet ทำให้โลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เพราะมันคือเทคโนโลยีที่จะเชื่อมโลกทั้งโลกเข้าด้วยกันง่ายขึ้น เพราะมันทำให้การติดต่อสื่อสารซึ่งในสมัยก่อนเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายสูงมาก ให้กลายเป็นสิ่งที่ง่าย และราคาถูกมาก ๆ จากผลตรงนี้ทำให้ Business Process ต่าง ๆ เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในทุก ๆ ด้านไม่ว่าจะเป็น การทำงานทางด้านบัญชี, การจัดซื้อ, การขาย, การขนส่ง, การผลิต และการบริหารบุคคล แนวความคิดที่จะนำเอาเทคโนโลยี Internet มาประยุกต์เข้ากับงานบริหารบุคคลนั้นทำให้เกิดคำหนึ่งขึ้นคือ Employee Self Service (ESS) ซึ่งมีความหมายถึง การที่ให้พนักงานในทุกระดับชั้นสามารถใช้งานโปรแกรมบริหารบุคคลด้วยตนเอง เช่น การขอลาหยุดทำงาน, การขอทำล่วงเวลา, การขอสวัสดิการ, การปรับเปลี่ยนประวัติข้อมูลส่วนตัว, การขอดูประวัติการปรับเงินเดือน และตำแหน่ง, ข้อมูลการอบรมและประวัติการอบรม, สถิติเวลาทำงาน, ประวัติการรับเงินเดือน และจ่ายภาษี, การขอกำลังพล และอื่น ๆ อีกมากมาย จากจุดนี้เอง ถ้าองค์กรใดได้นำเอาแนวความคิดนี้ไปปรับใช้ในการบริหารองค์กรนั้นสามารถลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการอย่างมากมาย เช่น การลดต้นทุนในส่วนของกระดาษ, การจัดส่งเอกสาร, เวลาในการติดต่อสื่อสาร และขั้นตอนในการทำงานที่ซ้ำซ้อน และที่สำคัญสะดวกในการให้บริการกับพนักงานในแบบ 24x7 คือ ตลอดวันตลอดสัปดาห์ไม่มีวันหยุดให้บริการ
แต่การที่จะทำให้แนวความคิดนี้ไม่เป็นเพียงแนวความคิดนั้น มีองค์ประกอบหลายประการที่ต้องคำนึงถึงดังนี้ ระบบรักษาความปลอดภัย, การออกแบบสถาปัตยกรรมคอมพิวเตอร์ให้รองรับจำนวนผู้ใช้งานมาก ๆ , ความเสถียรของระบบทั้ง Software และ Hardware และที่สำคัญที่สุดคือความพร้อมของผู้ใช้งาน เพราะในสมัยก่อนระบบ HR ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้บุคคลากรในฝ่าย HR ใช้งานเท่านั้น แต่ถ้าเป็น ระบบบริหารงานบุคคลในแบบ ESS นั้น ระบบจะต้องถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานทั้งองค์กรเป็นผู้ใช้งานดังนั้นระบบจึงต้องออกแบบการใช้งานให้ง่าย และสะดวกกับพนักงานในทุก ๆ ฝ่ายดังนั้นระบบ SiamHR OutSourcing ได้ออกแบบหน้าจอในการทำงานแต่ละกลุ่มพนักงาน เพื่อให้มีความสะดวกมากที่สุดดังนี้
กลุ่มผู้ใช้ในกลุ่มนี้คือกลุ่มพนักงานในระดับหัวหน้างานขึ้นไป จนถึงระดับบริหารสูงสุด เพราะพนักงานในส่วนนี้มีหน้าที่ในการอนุมัติ และตรวจสอบเอกสารที่พนักงานใต้บังคับบัญชาส่งผ่านระบบ Workflow มาให้อนุมัติ และสามารถดูประวัติต่าง ๆ ที่นโยบายบริษัทเปิดให้ผู้บังคับบัญชาสามารถดูข้อมูลต่าง ๆ ของผู้ใต้บังคับบัญชาได้ ตามนโยบายขององค์กรเช่น สถิติในการมาทำงาน, ประวัติในการฝึกอบรม, ประวัติการปรับเงินเดือน และตำแหน่ง และกลุ่มนี้ยังต้องดูข้อมูลในเชิงบริหารอีกด้วย เพื่อช่วยในการตัดสินใจเช่น ข้อมูลสถิติการจ่ายค่าล่วงเวลาของทุกแผนก, สถิติการทำงานของพนักงานทั้งองค์กร หรือรายงานอัตรากำลังพลในมุมมองต่าง ๆ อีกด้วย
กลุ่มผู้ใช้งานในกลุ่มนี้เป็นผู้ใช้งานในกลุ่มของ HR ซึ่งจะมีความสามารถ และหน้าที่ในการปรับเปลี่ยน, เพิ่ม, ลบ และตรวจสอบการทำงานในส่วนที่เกี่ยวกับข้อมูลพนักงานในทุก ๆ ด้าน ซึ่งถ้าเป็นการทำงานในรูปแบบเดิม HR จะต้องเป็นผู้บันทึกแก้ไข, เพิ่มเติม และลบด้วยตนเอง แต่ถ้าเป็นแนวความคิด Employee Self Service นั้น HR จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบข้อมูลที่เข้ามาสู่ระบบที่เกิดจากพนักงานในกลุ่มอื่น ๆ เป็นผู้บันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบด้วยตนเอง เพื่อลดขั้นตอนในการทำงาน และค่าใช้จ่ายในการทำงาน
กลุ่มผู้ใช้งานนี้เป็นพนักงานทุกคนในองค์กร ที่จะสามารถขอบริการต่าง ๆ จากระบบได้ด้วยตนเองในทุกเรื่องตามที่นโยบายของบริษัทกำหนด เพื่อให้เกิดความสะดวกกับตนเอง และผู้ใช้ในกลุ่มนี้จะสามารถตรวจสอบความเป็นไปได้ในการขอบริการต่าง ๆ ได้ด้วยตนเองอีกด้วย โดยระบบจะไม่ให้บันทึกรายการเข้าสู่ระบบ ถ้าพนักงานผู้นั้นไม่มีสิทธิในการขอบริการ เพื่อลดข้อมูลที่ผิดพลาดต่าง ๆ เช่นถ้าต้องการขอสวัสดิการ แต่ได้ขอสวัสดิการดังกล่าวเกินกำหนดที่องค์จะสามารถทำให้ได้ เป็นต้น